“พลังงานโซล่า อนาคตแห่งความเรืองรอง”

solarcell

ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันว่าพลังงานถือเป็นสิ่งที่มีค่าและหายากอย่างยิ่ง หากสินค้าใดที่สามารถสร้างแรงจูงใจและประโยชน์ในการทดแทนพลังงานประเภทต่าง ๆเช่นน้ำมันหรือไฟฟ้าได้นั้น ย่อมต้องเป็นสินค้าที่มีความต้องการเป็นอย่างสูง ตัวผมเองได้ติดตามเทคโนโลยีเพื่อสร้างพลังงานทดแทนมานานพอสมควร โดยเฉพาะกระแสของ Solar Cell ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่ที่ผ่านมา Solar Cell ถูกนำไปใช้กับบริษัทใหญ่ ๆหรือองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เหมาะกับ Sme อย่างพวกเรา เนื่องจากต้นทุนในการติดตั้งค่อนข้างมีราคาสูง ดังนั้น เป็นที่ไม่แปลกใจเลยว่า เมื่อ Solar Plug หรือบางกระแสเรียกว่า Solar Power ถูกนำเข้าประเทศไทย

โดยจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างและเก็บกระแสไฟฟ้าขนาด 12V เพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ โดยส่วนมากแล้วเน้นสินค้าขนาดเล็กที่พกพาได้ เช่น เครื่องเกมส์ PSP, Notebook, โทรศัพท์มือถือ หรือ อาจจะเป็นเครื่องเล่น MP3 ต่าง ๆ ซึ่งการชาร์จกระแสไฟฟ้าของ Solar Plug นั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องวางไว้กลางแสงแดด แต่อาจจะนำไปไว้ในที่ ๆมีหลอดไฟนีออน ว่าง่าย ๆคือตัวโซล่าปั๊กสามารถชาร์จได้ถ้ามีการเปิดไฟตามบ้านหรือออฟฟิสก็ได้ครับ

จากการที่ผมศึกษาข้อมูลชนิดนี้อย่างละเอียด ด้วยการบินไปดูงานแฟร์ในหลาย ๆประเทศ ผมคิดว่าการนำเข้า Solar Plug ควรนำเข้าจากประเทศจีนมากที่สุด เนื่องจากประเทศจีนมีประสิทธิภาพในผลิตสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่าง ดีและมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ หลายคนถามผมว่า ถ้าเมืองจีนสามารถผลิต Solar Plug ในคุณภาพเพียงแค่พอใช้ ทำไมคุณชาตรีถึงยังนำเข้าสินค้ามีจากเมืองจีน ผมยังคงมีความเชื่อในความเชี่ยวชาญของช่างในเมืองไทย ว่ามีความสามารถในการปรับปรุง แก้ไขด้านคุณภาพให้ดีมากขึ้น ที่สำคัญ สินค้าจากจีนมีราคาต้นทุนที่ต่ำ ทำให้เราสามารถแข่งขันด้านราคากับคู่แข่ง และเป็นการกีดกันเพื่อไม่ให้เค้กก้อนนี้ถูกแบ่งไปได้โดยง่าย หลายคนอาจจะมีคำถามว่า แล้วถ้าคู่แข่งนำแบรนด์สินค้าจากประเทศอย่าง ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพของสินค้าย่อมดีกว่าเมืองจีนแน่นอน แล้วคุณชาตรีจะทำเช่นไร

ผมสรุปว่า ถ้าเป็นดังเงื่อนไขนี้ ผมถือว่าสินค้าของผมกับเขาอยู่คนละตลาด

ซึ่งผู้บริโภคจะสามารถรับรู้ได้ด้วยตนเองว่าเค้าต้องการที่จะบริโภค สิ่งของคุณภาพใด แน่นอนว่าสินค้าราคา 300บาท ย่อมไม่มีทางเทียบได้กับสินค้าราคา 3000บาท แต่หากว่าสินค้าราคา 300บาทมีคุณภาพ 50% ของสินค้าจากญี่ปุ่นก็ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจใช่ไหมครับ ฉะนั้น การจะตัดสินใจทำธุรกิจใด ขออย่าให้มองที่เราเองเป็นสำคัญ แต่จงวัดจากความต้องการของลูกค้า ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในธุรกิจที่คุณได้จักคิดที่จะทำครับ

เรียบเรียงโดย วรเศรษฐ์ เมธาอัครพัฒนื

 

Post a Comment

*
* (will not be published)

Blue Captcha Image
Refresh

*


6 − = two